ธาตุก่องข้าวน้อย จังหวัดยโสธร

Share:

Fit Variety

ธาตุก่องข้าวน้อย จังหวัดยโสธร


          วันนี้พามาชมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดยโสธรอีกหนึ่งแห่ง “ธาตุก่องข้าวน้อย ” ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่านิทานพื้นบ้าน ที่มีแง่คิดสะท้อนเตือนให้มีสติ โดยปรากฎเป็นหลักฐานให้คนรุ่นหลังได้กราบไหว้บูชากัน

          ธาตุก่องข้าวน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านตาดทอง ตำบลตาดทอง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 23 (ยโสธร-อุบลราชธานี) เลี้ยวซ้ายไปอีก 1 กิโลเมตร





          ปัจจุบันได้รับการบูรณะให้สวยงาม ถนนทางเข้าสะดวก บริเวณภายในมีต้นไม้ ดอกไม้ บ่อน้ำ มีเครื่องออกกำลังกาย ตกแต่งสวนสวยงาม ร่มรื่น ช่วงเช้าบรรยากาศดีมากๆ มีชาวบ้านมาวิ่งออกกำลังกาย เหมือนเป็นสวนสาธารณะประจำหมู่บ้านเลยทีเดียว

          อันที่จริงชื่อที่ถูกต้องควรเรียก ”ธาตุก่องข้าวน้อย ” มากว่าพระธาตุก่องข้าวน้อย เพราะภายในธาตุบรรจุอัฐิบุคคลธรรมดา มิได้เป็นอัฐิพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหมือนเช่นพระธาตุ หรือพระบรมธาตุทั่วไป 

          ลักษณะของธาตุก่องข้าวน้อย เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนที่มีรูปทรงแปลก คือมีลักษณะเป็นก่องข้าว องค์ธาตุเป็นเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สาม ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 2 เมตร ช่วงกลางขององค์ธาตุมีลวดลายทำเป็นซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน ส่วนยอดของเจดีย์ค่อยๆ สอบชิดเข้าหากัน รอบนอกมีกำแพงอิฐล้อมรอบขนาด 5 x 5 เมตร



          ยิ่งไปกว่านั้นด้านหลังองค์ธาตุ มีพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่ง ซึ่งก่อด้วยอิฐ นับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก และที่นี่ยังมีการประเพณีที่ทำสืบต่อกันมาคือ ในเดือนห้า(เมษายน) จะสรงน้ำพระและปิดทอง เชื่อกันว่าช่วยให้มีน้ำฝนได้ทำนา ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล

          สำหรับประวัติของการสร้างธาตุแห่งนี้ จะแตกต่างไปจากธาตุอื่น ๆ ที่มักเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา แต่ธาตุก่องข้าวน้อยนี้ มีที่มาจากนิทานพื้นบ้านที่เล่าต่อกันมายาวนานว่า ครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ที่บ้านตาดทอง ในฤดูฝนมีการเตรียมปักดำกล้าข้าว ทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพราะปลูก ชายหนุ่มชาวนาคนหนึ่ง (บ้างว่าชื่อ ทอง) วันหนึ่งเขาออกไปไถนา ในเวลาเที่ยงเขาเหนื่อยล้า รู้สึกเกิดอาการร้อนรนและหิวโซมาก มารดาของหนุ่มชาวนามาส่งข้าว แต่มาช้ากว่าเวลาปกติ ชายหนุ่มเห็นว่าก่องข้าวที่มารดาถือมาให้นั้นก่องเล็กมาก เขาโกรธมารดามาก จึงทำร้ายมารดาด้วยความโมโหหิว เอาคันไถนาฟาดไปที่มารดา จนมารดาล้มและเสียชีวิต หลังจากนั้นเขากินข้าวที่มารดานำมาให้ แต่ก็กินเท่าไรข้าวก่องน้อยนั้นก็ไม่หมดก่อง ลูกชายเริ่มได้สติ หันมาเห็นมารดานอนเสียชีวิตบนพื้น จึงรู้สึกเสียใจมาก ที่ได้ทำผิดไปเพราะการขาดสติ ด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงเข้ากราบ นมัสการสมภารวัด เล่าเรื่องให้ท่านฟังโดยละเอียด






          สมภารสอนว่า " การฆ่าบิดามารดาผู้บังเกิดเกล้าของตนเองนั้นเป็นบาปหนัก เป็นมาตุฆาต ต้องตกนรกอเวจี ตายแล้วไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเป็นคนอีก มีทางเดียวจะให้บาปเบาลงได้ก็ด้วยการสร้างธาตุบรรจุอัฐิแม่ไว้ ให้สูงเท่านกเขาเหิน จะได้เป็นการไถ่บาปหนักให้เป็นเบาลงได้บ้าง "

          เมื่อชายหนุ่มปลงศพแม่แล้ว ด้วยความสำนึกผิด เขาจึงขอร้องชักชวนญาติ และชาวบ้านช่วยกันปั้นอิฐ ก่อเป็นธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิแม่ไว้ จึงให้ชื่อว่า "ธาตุก่องข้าวน้อยฆ่าแม่" จนทุกวันนี้

          ธาตุก่องข้าวน้อย ในปัจจุบันได้รับการบูรณะดูแลเป็นอย่างดี มีต้นไม้น้อยใหญ่ ตกแต่งสวนดอกไม้สวยงาม ร่มรื่น ถนนทางเข้ากว้าง มีการเดินทางที่สะดวก ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวพักผ่อน แนะนำธาตุก่องข้าวน้อยแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าแวะชมของจังหวัดยโสธรค่ะ



ไม่มีความคิดเห็น